
เลเซอร์พิโค– ลบรอยสัก
บอกลารอยสักที่ไม่ต้องการอีกต่อไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์พิโครุ่น
ใหม่
ทำลายเม็ดสีของหมึกสักด้วยพลังงานเลเซอร์ที่ยิงเป็นช่วงเวลาสั้นมากๆ เพื่อให้ร่างกาย
กำจัดออกตามธรรมชาติ เหมาะกับทุกสภาพผิวและใช้ได้กับหลายเฉดสีหมึก โดยเมื่อปรับค่าพลังงานที่
เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นหรือการเปลี่ยนสีผิว
เลเซอร์พิโคส่งพลังงานในระดับเสี้ยวของเสี้ยววินาที (หนึ่งล้านล้านวินาที) ทำให้หมึก
แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ ที่ร่างกายสามารถกำจัดออกได้เอง เมื่อเทียบกับเลเซอร์ Q-switched แบบเก่า
เลเซอร์ชนิดนี้กระจายความร้อนน้อยกว่าและช่วยให้หมึกจางเร็วขึ้น โดยจะทายาชาก่อนเพื่อความสบาย
รอยสักจะเริ่มจางตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นช่วงครั้งที่ 3–6 รอยสักสี
ดำจางเร็วที่สุด ส่วนสีเขียว น้ำเงิน และแดง อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่า ไม่สามารถรับประกันการหาย
สนิทได้เสมอไป แต่โดยทั่วไปจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนใหญ่ต้องทำ 4–10 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 6–8 สัปดาห์ต่อครั้ง บางรอยสักอาจไม่หาย
หมด แต่สามารถทำให้จางลงเพื่อสักทับได้ง่ายขึ้น
เริ่มต้น 2,900kr ขึ้นอยู่กับขนาดและความเข้มของสี
15–45 นาทีต่อครั้ง
ต้องปรึกษาก่อนเสมอค่ะ เนื่องจากแต่ละรอยสักและสภาพผิวต่างกัน การปรึกษาแพทย์จะช่วยประเมินสีผิว สีของรอยสัก และประวัติสุขภาพ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ส่วนใหญ่ 4–10 ครั้ง ขึ้นกับอายุ ขนาด สี ความลึก และสภาพผิว รอยสักสีดำจางเร็วที่สุด สีเขียว แดง และ น้ำเงินอาจใช้เวลานานกว่า
หลายรอยสักจางมากหรือหายไปเลย แต่ไม่สามารถรับประกันการหายสนิทได้เสมอไป บางสีอาจทนทานกว่า และบางครั้งอาจเหลือร่องรอยจางๆ
มักรู้สึกเจ็บเล็กน้อย คล้ายหนังสติ๊กดีด แต่สามารถทนได้ โดยจะทายาชาก่อนเพื่อช่วยให้สบายขึ้น
ใช่ค่ะ หากใช้ค่าที่เหมาะสม โดยเฉพาะผิวเข้มต้องระวังมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนสีผิว ดังนั้นจึงต้องอาศัยการปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์
ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดด การทำผิวสีแทน และการใช้สเปรย์ผิวสีแทนอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำ และ 2–4 สัปดาห์หลังทำ ผิวที่ไหม้แดดหรือเพิ่งเป็นสีแทนจะเสี่ยงต่อการไหม้และสีผิวเปลี่ยน หลีกเลี่ยงการใช้ครีมกำจัดขนหรือกรดผลัดผิวแรงๆ บริเวณที่จะทำ หลังการรักษาควรรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมบำรุง อาจมีสะเก็ดเล็กๆ หรือสีผิวเปลี่ยนชั่วคราวซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หลังการรักษาเพื่อลดความเสี่ยง